หน้าเว็บ

ค้นหาบล็อกนี้

กำลังโหลด...

วันพุธที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2553

ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์




ประกันชีวิตแบบมีเงินคืนเมื่อครบสัญญา มีผลตอบแทนบวกความคุ้มครอง

7PAY15 PAR
15PAY25 PAR
สนใจสอบถามเพิ่มเติม โทร 0830551408 หรือ earth.555@hotmail.com

โปรโมชั่นประจำเดือน มิถุนายน 2553




สนใจโทร 0830551408 กิตติพงษ์

วันพุธที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

ออมก่อน รวยกว่า


ออมก่อน รวยกว่า

หลายๆ คนเมื่อเริ่มต้นทำงาน ยังไม่ได้คำนึงถึงเรื่องการออมเงินมากนักเพราะอาจยังไม่เห็นความสำคัญ

ของ เงินออมมากพอ ดังนั้นในครั้งนี้เราจะเสนอ ตัวอย่างของคนที่ออมเงินก่อนทำให้เขารวยกว่า

สมมติว่านาย ก เริ่มออมเงินเมื่ออายุ 21 ปี ออมเพียงปีละ 100 บาท โดยฝากไว้กับธนาคาร ให้อัตราดอกเบี้ยฝากร้อยละ 10 และเมื่อถึงอายุ 29 ปี ก็หยุดฝากเงิน แต่ยังไม่ถอนเงินออกมาจากธนาคาร ให้เงินต้นทำหน้าที่สร้างดอกเบี้ยต่อไปเรื่อยๆ จนถึงอายุ 60 ปี โดยยังได้อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 10 อยู่ตลอดระยะเวลาการออม เมื่อถึงอายุ 60 ปี นาย ก จะมีเงินทั้งสิ้น 26,500 บาท ซึ่งเป็นเงินต้นเพียง 800 บาท และได้ดอกเบี้ยจากการฝากเงิน 25,800 บาท

ส่วนนาย ข มีอายุเท่ากับนาย ก แต่เริ่มออมเงินช้ากว่า คือ เริ่มออมเมื่ออายุ 29 ปี ด้วยเงินปีละ 100 บาทเท่ากันไปจนถึงอายุ 60 ปี เป็นเวลา 32 ปีและได้รับอัตราดอกเบี้ยเท่ากัน ปรากฏว่าเมื่อถึงอายุ 60 ปี นาย ข มีเงินเพียง 22,100 บาท ซึ่งเป็นเงินต้นที่นาย ข ฝากธนาคาร 3,200 บาท และได้ดอกเบี้ยเพียง 18,900 บาท

เห็นได้ว่านาย ก ฝากเงินน้อยกว่านาย ข ถึง 4 เท่า แต่กลับมีเงินมากกว่านาย ข ถึง 4,400 บาท

อีกตัวอย่างหนึ่ง คือ คราวนี้นาย ก ออมเงินเดือนละ 200 บาท โดยเริ่ม ออมตอนอายุ 21 ปีเหมือนเดิม แต่ออมไปเรื่อยๆ จนถึงอายุ 60 ปี ได้อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยร้อยละ 10 ไปตลอดระยะเวลาการออม นาย ก จะมีเงินถึง 1,253,000 บาท ในขณะที่นาย ข เริ่มออมเมื่ออายุ 29 ปีในจำนวนที่เท่ากันและได้อัตราดอกเบี้ยเท่ากันด้วย เมื่อถึงอายุ 60 ปี นาย ข มีเงินเพียง 479,000 บาทเท่านั้น คำนวณแล้วนาย ก มีเงินมากกว่า นาย ข ถึง 774,000 บาท

นั่นเป็นเพราะว่านาย ก เริ่มต้นออมก่อน ได้รับดอกเบี้ยทบต้นก่อน จึงรวยกว่านาย ข

ที่มา : หนังสือความรู้เบื้องต้นของคนอยากออม ผู้แต่ง กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ หน้า 10-11

วันอาทิตย์ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

ความสำคัญของการประกันชีวิต


การประกันชีวิต คือ หลักประกันความเป็นอยู่ของคนข้างหลัง
ไม่อาจปฏิเสธได้เลยหากผู้ใดจากไปก่อนเวลาอันสมควรและครอบครัวยังต้องการคนผู้นั้นในการดูแลครอบครัว
ย่อมทำให้คนข้างหลังลำบากอย่างมาก
ประกันชีวิต คือ เครื่องมือทางการเงินที่ให้ผลประโยชน์สูงสุดในเวลาที่ลำบากที่สุด โดยลงทุนประมาณ 6 % ของความคุ้มครองไม่มีเครื่องมือทางการเงินไหนให้ผลกำไรในเวลาลำบากได้ขนาดนี้
รูปแบบการประกันชีวิตมีมากมายหลายแบบมาก
1. ประกันชีวิตแบบตลอดชีพ
2. ประชีวิตแบบสะสมทรัพย์
3. ประกันชีวิตแบบระยะเวลา
4. ประกันชีวิตพ่วงสุขภาพหรืออุบัติเหตุ
5. ประกันภัยหมู่


คุณค่าของประกันชีวิต
1. เป็นเงินออม สังเกตุมั้ยว่าตลอดเวลาที่คุณทำงานมานานหลายปี เงินเก็บทำมั้ยจึงไม่ค่อยมีเก็บ เวลาเห็นของใหม่อยากได้ (โทรศัพท์ ทีวีรุ่นใหม่ คอมฯเครื่องใหม่ เสื้อผ้าใหม่ ทั้งที่ของนั้นเราก็มีอยู่แล้ว และของเก่ายังใช้ได้ดี) สิ่งต่างๆเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งล่อตาล่อใจเราทั้งนั้น เป็นตัวดูดเงินเราได้อย่างดี หากปล่อยให้เนินนานไปเวลาในการสะสมเงินของเรายิ่งต้องใช้เวลาเนิ่นนานยิ่งขึ้น
2.การรักษา ประกันชีวิตมีการคุ้มครองส่วนที่ให้เราสามารถเข้ารับการรักษาที่ไหนก้อได้แล้วแต่เราสะดวกซึ่งตรงนี้เป็นข้อได้เปรียบที่ดีกว่าประกันสังคม(ประกันสังคมรักษาได้แค่โรงพยาบาลที่เลือกไว้เท่านั้น หรือกรณีที่ฉุกเฉิน ต้องออกเงินของเราออกไปก่อน แล้วไปขอเบิกคืนที่ประกันสังคมซึ่งไม่รู้จะได้คืนเท่าไร) ต่างจากการทำประกันชีวิตจะมีตัวแทนเคยดูแล การเช็คค่าใช้จ่าย การติดต่อกับโรงพยาบาลที่ไกลบ้าน ในบางช่วงเวลานาทีที่ต้องการใครซักคนเข้ามาดูแลนั้น เรายินดีให้คำปรึกษาคำแนะนำท่านได้ โดยไม่การทอดทิ้ง หรือปล่อยป่ะล่ะเลยท่าน
3.อนาคตของคนที่เราห่วงใย ไม่มีใครที่รู้ว่าวันพรุ่งนี้จะเกิดอะไรกับเรา หากเราจากไปโดยไม่มีใครตั้งตัวทั้งเรา พ่อ แม่ ลูก สามี ภรรยา บุคคลเหล่านี้ยังไม่พร้อมที่สูญเสียเรา รายได้ของครอบครัว ที่ต้องหายไปหากเราจากไป ค่าใช้จ่ายในบ้าน การศึกษาของลูก อนาคตของลูก ภาระของคนที่อยู่ข้างหลังเรา เขาเหล่านนั้นจะสู้อย่างไรเมื่อไม่มีเรา ดังนั้นเพื่อเป็นการวางแผนอนาคตให้กับคนที่เรารัก เราสามารถช่วยเหลือครอบครัวเราได้อีกทาง ให้เขาพอจะมีทุนในการใช้ชีวิต ทุนในการศึกษา บางครอบครัว มีลูกคนเดียวหวังเพิ่งลูกยามแก่เฒ่า แต่ด้วยการที่ลูกประสบอุบัติเหตุโดยไม่คาดคิด (แดน D2B) ครอบครัวต้องหาเงินมารักษา สุดท้ายต้องกู้หนี้ยืมสินมารักษา แต่สุดท้ายก้อไม่สามารถรักษาชีวิตของเขาได้ แต่พ่อแม่ที่แก่เฒ่าต้องมาตามใช้หนี้ และต้องใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ลำพัง 2คน ลูกยังไม่ได้ตอบแทนพระคุณพ่อแม่ที่เลี้ยงมาเลย แต่ต้องมาจากไปก่อนชีวิตอันควร พ่อแม่ที่เลี้ยงเรามาด้วยความลำบาก ข้าวกี่กระสอบ เงินหลายแสน ที่ส่งเสียให้เล่าเรียน ซื้อเสื้อผ้าสวยๆใหม่ ไม่ให้การให้ลูกต้องลำบาก เราต้องการให้คนที่เราต้องประสบเหตุการณ์อย่างนี้หรือ??? งั้นคุณควรเริ่มวางแผนอนาคตตั้งแต่วันนนี้


กระผมนาย กิตติพงษ์ ตัวแทน AIA ยินดีให้บริการด้านประกันชีวิต,สุขภาพ,อุบัติเหตุ โทร 0830551408
หรือ mail มาที่ earth.555@hotmail.com